When longtime ago

1-IMG_005777.jpg

เมื่อไม่นานนี้ ผมได้สนทนาเกี่ยวกับเรื่องชื่อพระพุทธรูปในเว็บบอร์ด โดยมีญาติธรรมท่านหนึ่งแนะนำให้อ่านบทความในข่าวชิ้นหนึ่ง เกี่ยวกับการจัดสร้างรูปหล่อ พระโพธิสัตว์สิทธัตถะราชกุมาร หรือที่เรียกกันว่า พระพุทธเจ้าน้อย โดยได้ทำการหล่อด้วยทองสัมฤทธิ์ มีความสูง ๓ เมตร ๕๕ เซนติเมตร เพื่อนำไปประดิษฐาน ณ ทางเข้าสู่มหาวิหารมายาเทวี บริเวณที่พระพุทธเจ้าประสูติ ณ ลุมพินีสถาน ประเทศเนปาลบทความในข่าวดังกล่าวไม่เห็นด้วยกับการเรียกว่า พระพุทธเจ้าน้อย เพราะเห็นว่าพระพุทธเจ้ามีพระนามเดียวก็พอแล้ว ไม่ต้องไปเรียกว่าใหญ่หรือน้อยเพิ่มเติมอีก และผู้เขียนบทความดังกล่าวก็กังวลว่า ในไม่ช้าก็อาจจะมีการสร้างรูปหล่อต่าง ๆ นานา โดยแอบอ้างว่า

เป็นอีกปางหนึ่งของพระพุทธเจ้า แล้วนำมาปลุกเสกจำหน่ายกันเรื่องเกี่ยวกับพระพุทธรูปมีประเด็นให้ถกเถียงกันไม่น้อยนะครับ ไม่ใช่เฉพาะเรื่องชื่อเท่านั้น บางแห่งก็แนะนำว่าไม่ควรกราบไหว้พระพุทธรูป เพราะพระพุทธรูปไม่ใช่พระพุทธเจ้า ซึ่งก็เป็นประเด็นให้ถกเถียงกันได้มากมาย โดยผมจะขอเริ่มที่เรื่องชื่อก่อนนในเรื่องชื่อพระพุทธรูปนั้น เราพึงแยกให้ออกครับว่า พระพุทธรูปนั้นไม่ใช่พระพุทธเจ้า ดังนั้น การตั้งชื่อพระพุทธรูปย่อมไม่ถือเป็นการตั้งชื่อหรือเพิ่มชื่อให้พระพุทธเจ้า ยกตัวอย่างเช่น พระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองของชาวไทยมีชื่อเต็มว่า พระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากร หรือมีชื่อเรียกทั่วไปว่า พระแก้วมรกตถามว่าหากเราเรียกพระพุทธรูปองค์นี้ในชื่อใดชื่อหนึ่งดังกล่าวแล้ว จะแปลว่าเราไปตั้งชื่อหรือเพิ่มชื่อของพระพุทธเจ้าหรือ? ตอบว่า ไม่ใช่ แต่เป็นการเรียกชื่อพระพุทธ

รูป โดยไม่ใช่การเพิ่มชื่อพระพุทธเจ้า ในทำนองเดียวกันครับ พระพุทธรูปที่มีชื่อเสียงในประเทศไทยมีอยู่มากมาย เช่น พระพุทธชินราช พระพุทธโสธร หลวงพ่อวัดบ้านแหลม หลวงพ่อวัดไร่ขิง หลวงพ่อพระใส พระไพรีพินาศ หลวงพ่อโต (มีหลายวัดที่มีพระพุทธรูปชื่อนี้) เป็นต้น แม้กระทั่งพระประธานในพระอารามหลวงหลาย ๆ วัดก็ยังมีชื่อพระพุทธรูป ในการนี้ หากเราถือว่าการตั้งชื่อหรือเรียกชื่อพระพุทธรูปจะเป็นการเพิ่มชื่อพระพุทธเจ้าแล้ว ก็แปลว่าสิ่งเหล่านี้ไม่ถูกต้องทั้งหมด และก็ไม่ถูกต้องมาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว อย่างที่ตั้งชื่อพระพุทธรูปหลาย ๆ องค์ว่าเป็นหลวงพ่อนั้น หลวงพ่อนี้ หลวงพ่อโน้น จะยิ่งไม่ถูกต้องอย่างยิ่ง เพราะลดระดับจากพระพุทธเจ้ามาเหลือแค่หลวงพ่อซึ่งเป็นพระสงฆ์ แต่หากเรามีความเข้าใจที่ถูกต้องว่า พระพุทธรูปไม่ใช่พระพุทธเจ้า และการตั้ง

ชื่อเรียกพระพุทธรูปย่อมไม่ถือเป็นการตั้งชื่อเพิ่มให้พระพุทธเจ้าแล้ว ในลักษณะนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไรนะครับ จะตั้งชื่อให้พระพุทธรูปกี่พันกี่หมื่นองค์ ก็ไม่เป็นไร ต่อจากเรื่องชื่อพระพุทธรูปแล้ว เราไปพิจารณาเรื่องปางของพระพุทธรูปนะครับ ในเรื่อง ปาง นั้น หลายท่านไปพิจารณาเทพเจ้าของศาสนาอื่น ๆ ที่มีหลายปาง เช่น ในศาสนาฮินดู ซึ่งพระนารายณ์อวตารลงมาเกิดใน ๑๐ ปาง หรือพระแม่อุมาเทวีมีหลายปาง ซึ่งรวมถึงปางเจ้าแม่กาลี เป็นต้น จึงเข้าใจว่า หากเราสร้างพระพุทธรูปหลายปางแล้ว ก็จะเป็นพิธีการของศาสนาอื่น ก่อนอื่น เราควรจะเข้าใจความหมายของคำว่า ปางก่อน ตามพจนานุกรมราชบัณฑิตยสถานนั้น คำว่า ปาง หมายถึง ครั้ง คราวเมื่อ เช่น ปางก่อน ปาง

หลัง ยุค สมัย เช่น นารายณ์ ๑๐ ปาง หรือหมายถึง ท่าของพระพุทธรูปที่แสดงถึงอิริยาบถต่าง ๆ เช่น พระพุทธรูปปางห้ามญาติ เป็นต้นในเมื่อคำว่า ปาง ที่เราใช้ในภาษาไทยปัจจุบันนี้หมายถึง ท่าของพระพุทธรูปที่แสดงถึงอิริยาบถต่าง ๆเราจึงไม่ได้มุ่งหมายถึงพระพุทธเจ้าอวตาร หรือใช้ในความหมายอย่างศาสนาฮินดู แต่เรามุ่งหมายถึงอิริยาบถของ พระพุทธรูป (ไม่ใช่พระพุทธเจ้า) ซึ่งในอดีตที่ผ่านมานั้น ก็ได้มีการจัดสร้างพระพุทธรูปในปางต่าง ๆ หลายปาง ไม่น้อยกว่า ๖๐ ปางแล้ว Sunday, May 31, 2020

Published by 7star2011

ชอบความเงียบสงบ และอ่านหนังธรรมะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: