ความสุข

ความสุขไม่ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการและความไม่ต้องการ…

แท้จริงแล้วความต้องการนั้นมีอำนาจบั่นทอนความสุขและความไม่ต้องการนั้นมีพลังปิดกั้นความสุขขณะที่ต้องการหรือไม่ต้องการสิ่งใดความสุขจะหลบไปชั่วขณะไม่ปรากฏที่ใจหากไม่รีบ
คลี่คลายสู่ภาวะอันควรความสุขอาจจะหายไปเลย ดังนั้น หากมีความต้องการหรือความไม่ต้องการ ต้องรีบบริหารใจโดยด่วน
ความต้องการของมนุษย์มีหลายชั้น คือ
ความต้องการที่จินตนาการผสมแต่งต่อ
ความต้องการที่ตลาดโน้มน้าว
ความต้องการที่สังคมยัดเยียดให้
ความต้องการที่ตนปรารถนา
ความต้องการตามธรรมชาติ
ความต้องการเหล่านี้ทุกชั้นสามรถแตกตัวได้ไม่รู้จบความต้องการ

ของมนุษย์และสังคม มนุษย์เพิ่มขึ้นทุกปีทุกยุคไม่เคยลดลง มีแต่เพิ่มขึ้น ความต้องการจึงมีธรรมชาติขยายพันธุ์ไม่สิ้นสุดการวิ่งตามความต้องการจึงไม่เคยจบหรือสำเร็จบริบูรณ์ ทั้งนี้ไม่ว่ามนุษย์คนใดในโลก หรือพระเจ้าองค์ใดในสวรรค์
ชีวิตที่โลดแล่นตามความต้องการจึงเป็นชีวิตที่ลอยละล่องอยู่บนริ้วคลื่นแห่งปรารถนาที่ไม่มีวันจบสิ้นการกลั่นกรองความต้องการ
แท้จริงแล้ว ในบรรดาความต้องการทั้งหมดที่เกิดขึ้นต่อเนื่องทุกวันนั้น มีเพียงไม่กี่ความต้องการที่มีคุณสมบัติควรค่าแก่การพิจารณาปฏิบัติตามความต้องการที่ควรดำเนินตามคือ
ความต้องการที่ยังคุณค่าให้เกิดแก่ตนเองและคนอื่นจริง
ความต้องการที่ยังประโยชน์ทั้งปัจจุบันและอนาคต
ความต้องการที่ไม่นำผลร้ายใด ๆ ต่อเนื่องตามมาแม้นหากมีอยู่ก็อยู่ในวิสัยที่ควบคุมได้
ความต้องการที่มีความเป็นไปได้จริง
ความต้องการที่เหมาะสมกับกาลเวลาและสถานการณ์
ความต้องการที่ไม่ทำให้สูญเสียความสุขปัจจุบันและความสุขในอนาคตต่อไปนี้เมื่อมีความต้องการใด จงเอามาตรเหล่านี้ไปกลั่นกรองดูเถิด จะพบว่าในบรรดาความต้องการทั้งหมดที่ปรากฏต่อชีวิต และที่สังคมยัดเยียดให้ มีให้ถึง 5 เปอร์เซ็นต์ที่ควรดำเนินตามคนที่จะประสบความสำเร็จสุขได้ต้องไม่วิ่งตามความต้องการสะเปะสะปะ ไม่ว่าจะเป็นของตนหรือของคนอื่นแต่ต้องกลั่นกรองเฟ้นหาความต้องการที่ดีจริง คุ้มค่าจริงอย่างแม่น ๆ ไม่กี่อย่าง แล้วทุ่มเทททีจริง ๆ จัง ๆ ก็จะประสบความสำเร็จได้
ส่วนคนที่ปรนเปรอความต้องการอันไม่รู้จบทั้ง ของตนหรือของคนอื่น คือข้าทาสผู้วิ่งตามกระแสอารมณ์และปรารถนาที่ในที่สุดก็ไม่รู้ว่าพาไปไหนกัน เพราะมนุษย์เกือบทั้งโลกวิ่งตามความต้องการกันอย่างไม่ได้ประเมินผลสุดท้าย ณ. ปลายทางเลย
ดังนั้นอยากมีความสุข อย่าวิ่งตามความต้องการอันไม่รู้จบไม่ว่าของตนหรือของคนอื่น แต่จงกลั่นกรองเลือกเฟ้นให้แม่น ๆ และทำให้เหมาะ ๆ ก็จักสำเร็จได้จริงความไม่ต้องการในขณะที่ความต้องการนำไปสู่ความเพ้อเจ้อและ

ไม่คุ้มค่าความไม่ต้องการก็นำไปสู่ความคับแคบและไร้ค่าได้เช่นกันความไม่ต้องการเกิดจากหลายสาเหตุได้แก่………………
ปัญญาเห็นความไม่คุ้มค่าจึงไม่ต้องการ
ขี้เกียจ จึงไม่ต้องการ
กลัว จึงไม่ต้องการ
เคยเสียใจ จึงไม่ต้องการ
ถูกเสี้ยมสอนผิด ๆ หรือได้ข้อมูลผิด ๆ จึงไม่ต้องการ
ถูกตีกรอบปิดกั้นห้ามปรามจึงไม่ต้องการ
จะเห็นได้ว่า เหตุแห่งความไม่ต้องการหลายประการทีเดียวที่เป็นกิเลสหรืออวิชชา
มีเพียงความไม่ต้องการจากเหตุแห่งปัญญาประเมินผลแจ้งชัด ในความคุ้มค่าตลอดสายแล้วเท่านั้นที่ควรนำมาพิจารณา
ดังนั้น เมื่อมีความไม่ต้องการเกิดขึ้น จงวิเคราะห์เสียก่อนว่าความไม่ต้องการนี้มาจากสาเหตุใด หากเป็นความไม่ต้องการจากกิเลสหรืออวิชชา ก็จงขจัดความไม่ต้องการนั้นออกไป เพราะไม่เช่นนั้น ความไม่ต้องการเหล่านั้นจะบีบชีวิตจิตใจให้คับแคบ จนอาจต้องขุดรูอยู่อย่างขลาดกลัวในที่สุด
เมื่อชีวิตลอยคออยู่กลาง สมุทรแห่งโลกที่ปรุงแต่งความต้องการตลอดเวลาอยู่ ๆ จะบอกว่าฉันไม่ต้องการอะไรเลยก็จะจมน้ำตายเสียก่อน คือถูกความจำเป็นบีบรัดและระบบรอบด้านท่วมทับเอา

ได้ดังนั้นอย่างน้อยที่สุดก็ต้องมีความต้องการที่จะออกจากระบบทั้งหลายที่เห็นว่าไร้ สาระต้องการอย่างกลางก็พึงต้องการสรรหาสาระเพื่อพัฒนาชีวิตจิตใจให้สูงยิ่ง ๆ ขึ้นไป
หากต้องการอย่างมาก ก็ต้องการบริหารคุณค่าให้เกิดประโยชน์สุขสูงสุดที่เป็นไปได้ตามกำลัง
เพราะต้องการจึงมีการใคร่ครวญหาทาง
เพราะปัญญาใคร่ครวญจึงเกิดความรู้
เพราะความรู้ จึงเกิดการตกลงใจ
เพราะการตัดสินใจ จึงเกิดการกระทำ
เพราะการกระทำ จึงเกิดการพัฒนา
เพราะการพัฒนา จึงเกิดความสำเร็จ
เพราะความสำเร็จ จึงมีสิทธิ์เสวยผลอันคือประโยชน์สุขที่ยิ่ง
ความ ต้องการที่แม่นยำและชอบธรรมจึงคือปฐมบทแห่งความสำเร็จทั้งหลายในโลก ดังนั้น อย่าปิดประตูชีวิตไว้ในกรงแห่งความไม่ต้องการตลอดไป ชีวิตจะเฉาตายสรุป
ด้วยเหตุนี้ อย่าขังตนไว้ในคุกความไม่ต้องการทั้งของตนและของใคร ๆ โดยไม่ได้พิจารณา จะติดกับดับวิภวตัณหา กระนั้นการพลัดเข้าไปสู่กระแสความต้องการไม่รู้จบ ก็จะหลุดเข้าสู่ทะเลแห่ง (ภวตัณหาอันเสี่ยงภัยเหนื่อยยากและไม่คุ้มค่า)
ลองประเมินเข้าไปในชีวิตจริงดู การมีในสิ่งที่ไม่ควรมีล้วนนำมา

ซึ่งความเหนื่อยมาเดือดร้อน ทุกข์ระทม และการไม่มีในสิ่งที่ควรมีก็นำมาซึ่งความอัตคัด ฝืดเคือง แห้งแล้ง ทุกข์ระทวย
ด้วยเหตุนี้ การทำในสิ่งที่ไม่ควรทำ จึงเป็นความผิด
และการไม่ทำในสิ่งที่ควรทำ จึงเป็นความพลาด
หากไม่อยากให้ชีวิตผิดพลาด ต้องกลั่นกรองความต้องการให้ดี จนเหลือแต่ความต้องการที่น้อย ๆ และแม่น ๆ หาไม่จะเป็นชีวิตดักแด้ เริ่มต้นใหม่ไม่รู้จบกับความต้องการที่ไม่รู้สิ้น
และอย่าเหวี่ยงจนตกขอบไปติดคุกตามความไม่ต้องการเพราะจะทำให้ชีวิตดักดาน ไม่พัฒนา เพราะเมื่อความไม่ต้องการครอบงำแล้ว อะไรที่ควรคิดก็จะไม่คิด อะไรที่ควรทำก็จะไม่ทำ อะไรที่ต้องการเพียรก็จะไม่เพียร ก็จะสูญพันธุ์ไปแบบไดโนเสาร์อย่างไร้ค่าภาวะที่ดีที่สุดคือปลดปล่อย จิตใจให้เป็นอิสระทั้งจากความต้องการและความไม่ต้องการก่อน เมื่อใจเป็นอิสระแล้ว ปัญญาจะกว้างใหญ่มาก แล้วใช้ปัญญาไร้ขอบเขตกอปรจิตใจอิสระนั้นวินิจฉัยโอกาสและข้อจำกัด รวมทั้งผลต่อเนื่องรอบด้านอย่างตรงไปตรงมา เมื่อเห็นชัดแจ้งดีแล้ว จึงตัดสินใจอย่างแม่นยำ
จำไว้ว่า คนประสบความสำเร็จ ไม่ใช่คนทำมากหรือทำน้อย แต่คือคนที่ทำพอดี ๆ อย่างแม่นยำเท่านั้น

Published by 7star2011

ชอบความเงียบสงบ และอ่านหนังธรรมะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: