กรรมสาม



ชีวิตคืออะไร ?
เป็นคำถามสั้น ๆ ฟังดูเรียบง่ายแต่ซ่อนความหมายไว้อย่างลึกซึ้ง ยังมีคนอีกมากมายที่ค้นหาคำตอบให้กับตัวเองไม่ได้ว่าตัวเองเกิดมาทำไม ? ชีวิตคืออะไรกันแน่การค้นหาคำตอบดูจะเป็นเรื่องยุ่งยากและไร้สาระสำหรับบางคนและเมื่อถุกถามว่า ชีวิตคืออะไร ? เขามักจะตอบเสียมิได้ว่าชีวิตคือตัวฉันเอง ชีวิตคือ ลมหายใจชีวิตไม่ควรสื่อความหมายเพียงตัวเราหรือสิ่งที่เคลื่อนที่ได้เท่านั้น แต่รวมไปถึงทุกสิ่ง – ทุกอย่างที่มีคุณค่าด้วยตัวอย่างเช่นขวดยาคูลท์เปล่าที่ถูกทิ้งลงในถังขยะเหมือนสิ่งของไร้ค่า
แต่เมื่อเก็บรวบรวมส่งโรงงานผลิตขาเทียมแล้ว ขวดยาคูลท์เปล่าก็จะกลายเป็นวัตถุดิบชั้นดีในการผลิดขาเทียมให้คงทนถาวรและมีน้ำหนักเบา ช่วยให้คนพิการเดินยิ้มได้อย่างมีความสุขเหมือนคนปกติทั่วไปสิ่งไม่มีค่าสำหรับคนหนึ่งอาจเป็นสิ่งประเมินค่ามิได้สำหรับอีกคนหนึ่ง เราจึงไม่ควรเรียกสิ่งที่ถูกไร้ค่าว่า ไร้ชีวิต และไม่ควรใช้ชีวิตอย่างไร้ค่าด้วย บางคนปล่อยชีวิตให้ไหลไปตามกระแสโลกาภิวัฒน์


เหมือนปลาตายไหลตามน้ำ ชอบใช้ชีวิตแบบเสี่ยง ๆ และสิ้นเปลืองเวลากับเรื่องไร้สาระเช่นคุยโทรศัพท์นานเป็นชั่วโมง (ไม่ได้คุยเรื่้องการงาน) หายใจทิ้งไปวัน ๆ ดำรงชีวิตด้วความโกรธ อาฆาตแค้น – อิจฉาริษยา หรือทำลายธรรมชาติ(ตัดไม้ทำลายป่า)ซึ่งเป็นทรัพย์พยากรของโลก พอไม่เหลืออะไรให้ทำลายแล้วก็หันมาทำลายชีวิตมนุษย์ด้วยกันเอง การทำลายชีวิตไม่ได้หมายเฉพาะการเข่นฆ่า การขัดขวางหรือการเอารัดเอาเปรียบเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงการมองการกระทำของคนอื่นว่าเป็นเรื่องไร้สาระอีกด้วย ซึ่งนั่นเป็นการทำลายชีวิตของคนอื่นอย่างเลือดเย็น ยิ่งกว่าวิธีการอื่นทั้งหมด ไม่มีการกระทำใดหรอกที่ไร้สาระ หากการกระทำนั้นมิได้มีเจตนาที่จะทำลายผู้อื่นให้ย่อยยับ ลองนั่งหลับตานึกถึงภาพผู้ใหญ่ที่มองการกระทำของเด้กน้อยผู้คลั่งวิทยาศาสตร์ที่นำเอาวิทยุเก่า ๆ ออกมาแกะเล่น เด็กจะถูกตะคอก
เสียงดัง และถูกทำหน้ายักษ์ใส่หรือเงื้อมือจะตีให้ตายเด็กน้อยคงแยกแยะไม่ออกระหว่าจริงกับเล่น การถูกปิดกันในวัยเด็กจะส่งผลถึงพฤติกรรมอันก้าวร้าวเมื่อโตขึ้นส่วนเด็กที่ได้รับการประคบ – ประ

หงมจากพ่อ – แม่ จะกลายเป็นคนไม่สู้ชีวิตเดินก้มหน้าหลบสายตาผู้คนเหมือนหวาดระแวงอยู่ตลอดเวลาชีวิตที่ยังคิดไม่ออกว่าจะเดินไปทางไหนดี หรือไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะทำในสิ่งที่ตัวเองใฝฝัน เป็นเรื่องที่น่าอายหากจะเรียกมันว่า ชีวิต ความสำเร็จในชีวิตมิอาจเกิดขึ้นได้ด้วยก้าวแรกเพียงก้าวเดียวหรือด้วการก้าวเพียงครั้งเีดียว แต่จะเกิดขึ้นได้ต้องอาศัย ก้าว เพียงอย่างเดียว
เท่านั้น ถ้าเอาแต่คิดไม่ ก้าว ก็จะไม่มีวันประสบความสำเร็จได้คงจำวันแรกที่เราหัดเดินได้วันนั้นเราฝึกซ้อมการพลิกตัว – ลุก – นั่ง – คลาน ยืนเกาะไหล่ พ่อ – แม่ที่ขอบเตียงเตรียมจะ ก้าว พอก้าวเท้าแรกก็ล้มลงก้นจ้ำเบ้า เราร้องไห้แต่ไม่ใช่เพราะเจ็บ เป้นเพราะกลัวว่าตัวเองจะเดินไม่ได้นั่นคือความกลัวครั้งแรกแบบเด็ก ๆแต่หลังจากเราเล่นจนลืมความเจ็บปวดแล้วเราก็พยายามลุกขึ้นยืนอีกครั้ง คราวนี้เราเดินได้ 2 ก้าว 3 ก้าวและเดินได้ไกลกว่าเดิม เรารู้สึกภุมิใจอยุ่ลึก ๆ ในความสำเร็จครั้งแรก

ต่อมาเราก็เดินได้ – วิ่งได้ – พูดได้ – ขี่จักรยานได้ ขับรถยนต์ได้ทำได้สารพัด ยกเว้นคิดเองยังไม่ได้และหาเลี้ยงตัวเองยังไม่ได้ชีวิตเอ๋ยชีวิตของใครบางคนดูช่างไร้ค่าเสียเหลือเกิน พ่อและแม่คือผู้ให้ชีวิต คือ ผู้รักษาชีวิต คือ แสงสว่างส่องนำทางชีวิต แต่คนที่ต้องก้าวเดินไปตามถนนสายชีวิตคือตัวเราเอง ตัวเรามีสิทธิ์เลือก มีสิทธิ์ฝันมีสิทธิ์ก้าวไปตามความใฝ่ฝันของตัวเองเลิกพูดว่าไม่มีใครให้โอกาส ฉันถูกกีดกัน ฉันถูกกลั่นแกล้ง อะไรทำนองนี้ เพราะบ่นไปถึงชาติหน้าก็ไม่ช่วยให้ชีวิตดีขึ้น ซ้ำร้ายยิ่งเป็นการงับประตูแห่งชีวิตให้แคบลงไปเรื่อย ๆในเมื่อสองมือเรายังยกสิ่งของได้ สองเท้ายังก้าวไหว สายตายังมองเห็น หูยังได้ยินเสียงชัดแจ๋ว ร่างกายยังแข็งแรง เสริมใจให้แกร่งขึ้นมาอีกนิด เติมชีวิต้วยรอยยิ้ม – ทำตาให้ยิ้ม – ทำปากให้ยิ้ม – ทำใจให้ยิ้ม แล้วชีวิตก็จะพลอยยิ้มตามไปด้วย
จงใช้ชีวิตให้มีค่า ด้วยการใฝ่หาสิ่งดี ๆ ให้กับชีวิต
คัดมาจากหนังสือ กระเป๋า…สติ ของ โรมรันต์ เสวิคาร

Published by 7star2011

ชอบความเงียบสงบ และอ่านหนังธรรมะ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

%d bloggers like this: